Health

  • สรรพคุณของถั่วแระญี่ปุ่น อาหารทานโปรดของหลายคน
    สรรพคุณของถั่วแระญี่ปุ่น อาหารทานโปรดของหลายคน

    เมื่อพูดถึงอาหารทานเล่น เชื่อว่าถั่วแระญี่ปุ่นน่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของใครหลายคน ซึ่งประโยชน์ของถั่วแระญี่ปุ่นไม่ได้มีเพียงแค่ความอร่อย แต่ยังเป็นแหล่งของโปรตีน วิตามิน และสารอาหารต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้สุขภาพร่างกายโดยรวมอีกด้วย

    จริง ๆ แล้วถั่วแระญี่ปุ่นก็คือถั่วเหลืองที่ฝักยังไม่แก่และไม่อ่อนเกินไป ในปัจจุบันถั่วแระญี่ปุ่นสามารถหาซื้อได้ง่าย นำไปรับประทานได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งรับประทานเป็นอาหารว่าง หรือนำไปเป็นวัตถุดิบในการปรุงร่วมกับอาหารชนิดอื่น ๆ

    สรรพคุณของถั่วแระญี่ปุ่น อาหารทานโปรดของหลายคน

    ประโยชน์ของถั่วแระญี่ปุ่น

    ถั่วแระญี่ปุ่นอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย การรับประทานถั่วแระญี่ปุ่นจึงอาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน เช่น

    1. อุดมไปด้วยโปรตีน

    โปรตีนถือเป็นสารอาหารชนิดหนึ่งที่มีความสำคัญต่อร่างกายในด้านต่าง ๆ มากมาย ทั้งช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อของร่างกาย รักษาความสมดุลของฮอร์โมนในร่างกาย รวมถึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของเลือด

    โดยประโยชน์ของถั่วแระญี่ปุ่นในด้านนี้อาจเป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาอาหารที่เป็นแหล่งของโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่รับประทานเนื้อสัตว์ หรือรับประทานมังสวิรัติ เนื่องจากถั่วแระญี่ปุ่นในปริมาณ 155 กรัม จะให้ปริมาณโปรตีนสูงถึงประมาณ 18 กรัม 

    1. ดีต่อหัวใจ

    การรับประทานถั่วแระญี่ปุ่นอาจเป็นตัวเลือกหนึ่งที่อาจช่วยบำรุงหัวใจได้ เนื่องจากถั่วแระญี่ปุ่นเป็นพืชที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์ ซึ่งมีงานวิจัยที่พบว่าการรับประทานไฟเบอร์จากถั่วเหลืองเป็นประจำอาจช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือดที่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้

    นอกจากนี้ ถั่วแระญี่ปุ่นยังเป็นแหล่งของไขมันไม่อิ่มตัว (Unsaturated Fat) อย่างกรดโอเมก้า–3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่อาจมีส่วนช่วยในการลดระดับไขมันในเลือดที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด อย่างคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี และไตรกลีเซอไรด์ได้

    อีกทั้งยังอุดมไปด้วยโคลีน (Choline) ที่มีการศึกษาพบว่า มีส่วนช่วยบรรเทาอาการอักเสบของร่างกายในผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

    1. อาจช่วยบรรเทาอาการจากภาวะวัยทอง

    ภาวะวัยทองเป็นภาวะที่พบได้ในผู้หญิงที่อยู่ในช่วงวัยหมดประจำเดือน ซึ่งเป็นภาวะที่มักส่งผลให้ร่างกายเกิดอาการบางอย่าง เช่น อาการร้อนวูบวาบ มีเหงื่อออกมาก อารมณ์แปรปรวน

    โดยถั่วแระญี่ปุ่น หรือถั่วเหลือง เป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารไอโซฟลาโวน (Isoflavones) ที่มีคุณสมบัติคล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีงานวิจัยที่พบว่าการรับประทานสารไอโซฟลาโวนในรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารเสริมอาจช่วยลดอาการร้อนวูบวาบและอาการเหงื่อออกมากในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้

    อย่างไรก็ตาม อาจไม่ใช่ทุกคนที่รับประทานสารไอโซฟลาโวนที่อยู่ในพืชตระกูลถั่วเหลืองแล้วอาการจากภาวะวัยทองจะดีขึ้น เนื่องจากมีงานวิจัยซึ่งพบว่า ผู้ที่รับประทานพืชตระกูลถั่วเหลืองที่มีสารไอโซฟลาโวนแล้วมีอาการจากภาวะวัยทองดีขึ้น มักเป็นผู้ที่มีแบคทีเรียในลำไส้ชนิดที่สามารถย่อยสารไอโซฟลาโวนให้เป็นสารที่มีชื่อว่า Equol ได้เท่านั้น

    1. บำรุงกระดูก

    นอกจากประโยชน์ในด้านการบรรเทาอาการจากภาวะวัยทองแล้ว สารไอโซฟลาโวนที่พบได้ในพืชตระกูลถั่วเหลืองยังอาจช่วยบำรุงสุขภาพของกระดูกได้เช่นกัน เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่าการรับประทานสารไอโซฟลาโวนเป็นประจำอาจช่วยชะลอการสลายตัวของเนื้อเยื่อกระดูก และช่วยกระตุ้นกระบวนการสร้างกระดูกของร่างกาย

    อย่างไรก็ตาม ประโยชน์ในด้านการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูกของสารไอโซฟลาโวนยังคงต้องมีการศึกษาเพิ่มเติม เนื่องจากมีงานวิจัยที่พบว่าการรับประทานสารไอโซฟลาโวนในรูปแบบอาหารเสริมเป็นประจำอาจไม่ได้มีส่วนช่วยให้ร่างกายมีความหนาแน่นของมวลกระดูกเพิ่มมากขึ้น

    นอกจากประโยชน์ของถั่วแระญี่ปุ่นในข้างต้นแล้ว การรับประทานถั่วแระญี่ปุ่นยังดีต่อสุขภาพในด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น มีวิตามินเอที่ช่วยบำรุงสายตาและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีไฟเบอร์ที่ช่วยบำรุงระบบย่อยอาหารของร่างกายและช่วยควบคุมน้ำหนัก 

    แม้ประโยชน์ของถั่วแระญี่ปุ่นจะดีต่อสุขภาพในหลายด้าน แต่การศึกษาส่วนใหญ่มักศึกษาสารที่พบในถั่วเหลือง ไม่ได้ใช้ถั่วแระญี่ปุ่นโดยตรง เราจึงควรบริโภคถั่วแระญี่ปุ่นในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเลือกถั่วแระญี่ปุ่นที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยเพื่อสุขภาพที่ดี การบริโภคถั่วแระญี่ปุ่นมากเกินพอดีอาจส่งผลบางอย่างทางร่างกาย เช่น ปวดท้อง ท้องผูก ท้องเสีย โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ค่อยได้รับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์เป็นประจำ

    เนื้อหาจาก: https://www.pobpad.com/

     

    ติดตามอ่านต่อได้ที่  megaprinting.net

Economy

  • ปตท.จัดตั้งกองทุนศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา
    ปตท.จัดตั้งกองทุนศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา

    ปตท.จัดตั้งกองทุนศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา

    ปตท. ต่อยอดความสำเร็จ “ลมหายใจเพื่อน้อง” เฟส 2 รวมพลัง “ก้าวต่อกับก๊อดจิ” จัดตั้ง “กองทุนแรกเริ่มศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา”

    ปตท.จัดตั้งกองทุนศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา

    นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กิจกรรม PTT Virtual Run ภายใต้โครงการ “ลมหายใจเพื่อน้อง” เฟสที่ 1 เป้าหมายเดิน-วิ่งระดมทุนการศึกษาเพื่อเยาวชนจำนวน 150 ล้านบาท ที่ประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ได้ร่วมสร้างสถิติใหม่สะสมระยะทาง 600,000 กิโลเมตร ด้วยเวลาเพียง 6 วัน ทำให้สามารถช่วยเด็กและเยาวชนที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษากว่า 60,000 คน ได้กลับเข้าเรียนอีกครั้งในภาคเรียนปีการศึกษา 2565 และเพื่อเป็นการต่อยอดกิจกรรมที่ประสบความสำเร็จ และยังมีผู้สนใจเข้าร่วมอีกเป็นจำนวนมาก จึงขอรวมพลังคนไทยร่วมลมหายใจเดียวกันเพื่อน้องอีกครั้ง ด้วยเป้าหมายเดิน-วิ่ง 20 ล้านก้าวก๊อดจิ จัดตั้ง “กองทุนแรกเริ่มศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา” 20 ล้านบาท ผ่านกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

    ปตท. ขอขอบคุณทุกพลังกายพลังใจ ที่ทำให้โครงการลมหายใจเพื่อน้อง เฟสแรก ระดมทุนการศึกษาได้ถึง 150 ล้านบาท ตามเป้าหมายอย่างรวดเร็ว และจากความตั้งใจของทุกคน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้ ปตท. มุ่งมั่นเดินหน้าต่อกับกิจกรรม PTT Virtual Run เพื่อลดช่องว่างทางการศึกษาในเฟสที่ 2 ต่อไป จึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าร่วมภารกิจ

     

    “ก้าวต่อกับก๊อดจิ” เดิน-วิ่งสะสมระยะทางรวม 20 ล้านก้าวก๊อดจิ เพื่อจัดตั้งกองทุนแรกเริ่มศูนย์ช่วยเหลือเด็กและเยาวชนในวิกฤตการศึกษา ร่วมกับ กสศ. สำหรับดูแลเด็กและเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ หรือเหตุปัจจัยไม่คาดคิด อาทิ อุบัติเหตุ อาชญากรรมต่าง ๆ ทั้งต่อครอบครัว และตัวเยาวชน ที่ทำให้มีความเสี่ยงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา

    สำหรับการร่วมกิจกรรมดังกล่าว ผู้สมัครในเฟสที่ 1 ทุกท่าน สามารถสะสมระยะเดิน-วิ่งได้ต่อเนื่อง เพื่อแลกของรางวัลจนสิ้นสุดโครงการ รวมถึงเชิญชวนผู้ที่สนใจอื่น ๆ เข้าร่วมกิจกรรมกับเป้าหมายใหม่ที่ท้าทายขึ้น ตั้งเป้าที่ 20 ล้านก้าวก๊อดจิ โดยทุก 1 กิโลเมตร เท่ากับ 3 ก้าวก๊อดจิ และทุกท่านมีสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึกได้จนถึง 30 มิถุนายน ศกนี้ สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ www.ลมหายใจเพื่อน้อง.com ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2563 ปตท. ได้ช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระภาครัฐจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และจัดตั้ง “โครงการลมหายใจเดียวกัน” ขึ้นในปี 2564 เพื่อเพิ่มศักยภาพให้แก่ระบบสาธารณสุขในการรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด อย่างไรก็ดี โควิด-19 ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทำให้รายได้ของหลายครัวเรือนลดลง เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เด็กนักเรียนจำนวนมาก มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษา ปตท. จึงจัดตั้ง “โครงการลมหายใจ เพื่อน้อง” ด้วยเชื่อมั่นว่า หากเยาวชนได้รับโอกาสในการเข้าถึงระบบการศึกษาที่มีคุณภาพ จะเป็นกำลังสำคัญที่จะร่วมพัฒนาประเทศต่อไป. – สำนักข่าวไทย

    ขอบคุณแหล่งที่มา : tna.mcot.net